fbpx

กลยุทธ์ Business Model ของ Apple

กลยุทธ์ Business Model ของ Apple

ในปัจจุบันธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด หายเราย้อนไปดูกลยุทธ์ Business Model ของ Apple Inc. มันคือการออกแบบระบบธุรกิจเพื่อผลักดันให้ผู้บริโภคเข้าสู่ระบบนิเวศของตนเอง (Ecosystem) และเก็บพวกเขาไว้ให้อยู่ในระบบเพื่อสร้างความสำเร็จ และยังเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร นี้คือรูปแบบ Business Model ของ Apple จนถึงปัจจุบัน.

In short, the Apple business model is designed to drive consumers into its ecosystem and then hold them there, which has been hugely successful to date and has allowed Apple to wield enormous power in the end-to-end supply chain.

ความเปลี่ยนเกมธุรกิจของ Apple ด้วยกลยุทธ์ Business Model ที่เหนือกว่า แสดงให้เห็นว่าธุรกิจสามารถใช้กลยุทธ์เหล่านี้สร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งได้อย่างไร เราลองมาวิเคราะห์กันครับ

iphone apple
images source: pixabay

1. กลยุทธ์ให้คนอื่นทำงานแทน – Apple Software Development Kit (SDK)

Apple อนุมัติให้ผู้ใช้หรือบุคคลภายนอก (นักพัฒนาซอฟต์แวร์) มาสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจของตนเอง โดยเปิดให้ใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์มของตนเองและผลิตภัณฑ์ ด้วยการเปิดตัว iPhone Software Development Kit (SDK) นี้เป็นสิ่งที่ทำให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถสร้างแอพพลิเคชันได้ตั้งแต่เริ่มต้นใช้งาน iPhone และส่งแอปเข้า App Store ได้ (โดยเป็นไปตามข้อกำหนดของ Apple) ต่อมา Apple ก็อนุญาตให้นักพัฒนาสามารถเชื่อมต่อกับ iPod touch และ iPad ได้

Apple Software Development Kit
images source: pixabay

2. กลยุทธ์ความสามารถในการขยายขนาด (Apple’s multi-channel platform)

วันนี้หากเรากำลังทำธุรกิจอะไรสักอย่าง ถามตัวคุณเองดูว่า คุณจะทำให้ Business Model ของคุณโตเร็วและง่ายแค่ไหน โดยไม่เจออุปสรรคอย่างการเพิ่มโครงสร้างพื้นฐาน และการบริการลูกค้าได้อย่างไร

ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา Apple ก็สร้างผลิตภัณฑ์มากมายเข้าสู่ Ecosystem และขยายแพลตฟอร์มเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าฮาร์ดแวร์ของ Apple ได้ทางร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ของ Apple (Apple Authorized Resellers) หรือเป็นร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการของ Apple (Official Apple Authorized Service Providers and Online Support)

Apple Official Store
images source: pixabay

ธุรกิจที่มี Business Model ที่ปรับแต่งมาแล้วว่าสามารถรองรับต้องการของลูกค้าได้นั้น มีความสำคัญและช่วยให้ธุรกิจได้เปรียบ มากกว่าธุรกิจที่มักเปลี่ยนแปลง Business Model อยู่เสมอ ลองนึกถึง Uber แอพที่เชื่อมระหว่างคนขับ Taxi กับคนที่มองหารถโดยสาร Business Model ของ Uber ไม่ต้องมาปรับเพิ่มเติมเพื่อรองรับลูกค้าจำนวน 5,000 คน หรือ 50,000 คน และที่เยี่ยมไปกว่านั้น คือคุณค่าที่ Uber มอบให้ลูกค้ามากกว่าแค่บริการค้นหารถ Taxi เพราะทั้งลูกค้า และคนขับมีตัวเลือกมากขึ้น

Business Model ของ Uber
images source: pixabay

แน่นอนว่าธุรกิจดิจิทัลนั้น ส่วนใหญ่รองรับ Business Model ที่สามารถขยายขนาดได้ อย่าง WhatsApp ที่ให้บริการลูกค้ากว่า 400 ล้านคน ด้วยพนักงานเพียงแค่ 60 คน ก่อนที่จะถูกซื้อโดย Facebook อย่างไรก็ตาม Business Model ของธุรกิจที่มีหน้าร้านก็สามารถขยายขนาดได้ เช่น ร้านอาหารในสมัยก่อนเป็นธุรกิจที่ขยายได้อย่างจำกัด แต่ McDonald แสดงให้เห็นว่าทำได้ด้วยการใช้ระบบแฟรนไซส์ หรือแม้กระทั่ง License หรือใบอนุญาต ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ธุรกิจสามารถใช้เพื่อขยายขนาดได้เช่นกัน

images source: pixabay

วันนี้คุณต้องทำอย่างไรที่จะให้ Business Model ของคุณมีความสามารถในการขยายขนาดได้?

2. กลยุทธ์ความสามารถในการปกป้องตัวเองจากคู่แข่ง

หากคุณทำธุรกิจออนไลน์ ถามตัวคุณเองดูว่า Business Model, Product ของคุณสามารถปกป้องคุณจากคู่แข่งได้มากน้อยเพียงใด

กลยุทธ์สุดท้ายของ Apple คือการรวมกลยุทธ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อปกป้องธุรกิจของคุณจากคู่แข่ง  Apple เป็นหนึ่งในผู้นำนวัตกรรมด้านการผลิตสมาร์ทโฟนระดับโลก แต่ Product ของพวกเขาทำไม่ได้ทุกอย่าง คุณอาจเถียงว่ายังมีสมาร์ทโฟนตัวอื่นที่ดีกว่า คำตอบคือ ใช้ แต่ Business Model ของ Apple นั้นมีกลยุทธ์ที่ช่วยให้พวกเขาทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง Apple App Store นี้คือ core of the Apple business model ที่เชื่อมโยงผู้ใช้ iOS หลายล้านคนเข้ากับนักพัฒนาแอพได้อย่างไร้รอยต่อ

Apple’s multi-channel platform allows it to “own the consumer”.

Ecosystem นี้ยากที่จะลอกเลียนแบบเพราะไม่ใช่เทคโนโลยี แม้จะมีเทคโนโลยีที่ดีที่สุดก็ตาม แต่ก็ยากที่จะกินส่วนแบ่งตลาดได้ แต่มีเพียงแค่ Android ของ Google เท่านั้นที่สามารถสร้าง Ecosystem ขึ้นมาแข่งกับ iOS ของ Apple ได้

รายอื่นๆ อาทิเช่น Amazon Web Services (AWS) ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานแก่ธุรกิจไอที (IT Infrastructure) ซึ่งเป็นธุรกิจรูปแบบ B2B และเป็นการสร้าง Ecosystem อีกหนึ่งตัวขึ้นมา โดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรร่วมกันกับธุรกิจหลักของ Amazon นั่นก็คือ ค้าปลีก (Own retail platform)

วันนี้คุณต้องทำอย่างไรที่คุณจะสามารถออกแบบ Business Model ของคุณ
ที่เสมือนเป็นการสร้างคูเมืองได้ และจะทำอย่างไรที่คุณจะสามารถทำได้ดีกว่า

สรุปโดยเนื้อแท้ Business Model เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของธุรกิจว่าสามารถที่จะสร้างรายได้ ทำให้ธุรกิจเติบโต อยู่รอด และเหนือกว่าคู่แข่งได้อย่างไรบ้าง สิ่งจำเป็นแรกเริ่มทุกธุรกิจต้องหา คุณค่าที่ธุรกิจส่งมอบให้กับลูกค้า (Value Proposition) ให้พบ แต่มันยากมากที่ธุรกิจจะปรับปรุงเฉพาะคุณค่าที่ว่านี้ เพื่อให้ได้เปรียบในการแข่งขัน และบ่อยครั้งที่การปรับปรุงไม่ได้ช่วยให้คุณเป็นผู้ชนะครับ.

SOURCE: Sciencedirect

FIREFLYGROUP TEAM

THE FIREFLYGROUP TEAM กองบรรณาธิการ FIREFLYGROUP