fbpx

รู้ทันอนาคต e-commerce 2019-2020 (อาจจะไม่มีคุณ) ใน Marketplace

รู้ทันอนาคต e-commerce 2019-2020 (อาจจะไม่มีคุณ) ใน Marketplace

ปี 2018 ตลาด e-commerce เติบโตมากยักษ์ใหญ่จากจีนแห่งเข้ามาทำยึดประเทศไทย พ่อค้าแม่ค้ากระโดดเข้า Marketplace แต่เงินในกระเป๋าดังไม่เพิ่มขึ้นซักที เราเคยคิดไหมว่ามันโตรูปแบบไหน ทำไมเงินในกระเป๋าเราไม่เพิ่ม ทุกวันนี้ทำงานหนักขึ้น ยิงแอททำ A/B Testing มากขึ้น แต่กำไรนับวันยิ่งหดลง

ปีนี้เดือดน่านน้ำเป็นสีแดง แบรนด์ออนไลน์หลายๆ แบรนด์มีโอกาสจะหายตัวไปอย่างแน่นอน เรามุ่งเน้นกับการแข่งขันจึงทำให้พลาดโอกาสจะเติบโตด้วยระบบ Tech เข้ามาช่วยทำงาน

World's top e-commerce Thailand
World’s top e-commerce Thailand

แบรนด์ส่วนใหญ่รู้ว่าอะไรจะตามมา เลยเริ่มวางระบบ ใช้ Tech วางกลยุทธ์ที่ก้าว้ามเรื่องการแข่งขั้นออกไป

บางแบรนด์ไปพึ่งพวก Marketplaceใหญ่ๆ Facebook, Amazon, AliExpress หวังว่าจะได้ยอดขายมาก็ไม่จริง เพราะตลาดในนั้นแดงเดือดกว่า ตัดราคา โปรโมชั่นโหดร้ายมากๆ ลูกค้าเห็นถูกกว่า 5, 10 บาทก็ไปแล้ว….และ Marketplaceใหญ่ๆ (Amazone) ก็เน้นขายสินค้าตัวเอง เริ่มสร้าง in-house brand อย่างเงียบๆ

เมื่อลูกค้าทำการค้นหาสินค้าขายดี ก็เริ่มแทรกผลิตภัณฑ์ของตนเองลงเมื่อรู้ว่า category กลุ่มสินค้าไหนเป็นสินค้าขายดี เจ้าของ Marketplace ต้องขอบคุณร้านค้าต่างๆ ที่ไปขายบน Marketplaceใหญ่ๆและช่วยโปรโมทยิงแอทจากเฟสเข้าไปร้านได้ทั้งทราฟฟิก ได้ทั้งแนวโน้มสินค้า ร้านค้าต่างๆ เท่ากับส่งข้อมูลไปให้เจ้าของ Marketplace และสุดท้าย Marketplace owner ก็มาเป็นคู่แข่งคุณในที่สุด

ไม่ต่างกับธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ทำแบบนี้เพื่อความอยู่รอด คำถามคือ วันนี้ถ้าอยากเปลี่ยนธุรกิจจะเปลี่ยนไปไหนและจะเปลี่ยนอย่างไรบางที่คำตอบอาจจะทำให้คุณคาดไม่ถึงเลยก็ได้

เรื่องของ Marketplace ถ้าคิดว่าไม่จริง ลองดู Amazon เป็นแบบอย่างก็ได้ สินค้าตัวเอง มีเกือบทุก category (Smart Home, เสื้อผ้า อื่นๆ) เราไปขายในบ้านเขา จะแข่งกับเจ้าของบ้านได้เหรอครับ ยอดขายถล่มทลายของ Marketplace (Lazada) ที่รายงานออกมา มีใครรู้ไหมว่ากี่ % เป็นกำไรที่ส่งให้เจ้าของแบรนด์?

มีใครรู้ไหมว่ากี่ % เป็นยอดขายสินค้าเขาเองที่เขาซื้อมาขายต่อ หรือบีบราคา GP แรงๆ มาร้านค้า (คน) ที่โตจาก e-commerce ไป Facebook ได้รับค่าแอท Kerry express ได้ส่งของเพิ่ม Guru ต่างๆ ที่ขายคอรส์ (เขาไม่ได้จ้างคุณมาเรียนนิ) บริษัทรับทำเว็บไซต์ บริษัท Agency รับจ้างยิงแอท, ดูแลเพจ ระบบหลังบ้านต่างๆ โต (Chatbot, Stock Wherehouse)

พ่อค้าแม่ค้าบางคนที่ทำงานจริงจรัง มีระบบ Support ที่ดี มีทีมงานดี โตจริงๆ แต่ขยายไปต่างประเทศได้ยาก เพราะไม่มีระบบ Global Business Dropship แต่ % โดยรวมคนส่วนใหญ่เงินหายไปกลับ ค่าใช้จ่ายในการทำระบบหน้าบ้าน หลังบ้าน e-commerce และ Branding การสร้างภาพลักษน์

ปัญหานี้มีทางออก แต่ถ้าไม่รีบแก้เป็นจุดๆ สิ้นปีนี้มีหลายๆ แบรนด์ไม่รอดแน่นอน ต้องคิดวางกลยุทธ์การเป็นผู้ชนะโดยไม่ต้องแข่งขัน สิ่งที่จะช่วยได้คือวางแผนกลยุทธ์ให้ดีทำระบบให้ดีบริหารเงินสดให้เป็นรู้จักธุรกิจใหม่ๆอย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง คุณจะทำอยู่เหมือนเดิมไม่ได้แน่นอนเพราะปีนี้นานน้ำมันเป็นสีแดงและปีหน้ามันจะดุเดือดมากกว่าที่เราเคยเจอกันมาก่อน

เมื่อก่อนทำเองได้หมด ตอนนี้อาจต้องหาทีมมาช่วย หรือมีพารทเนอร์ดีๆ ก้าวสู่วิถีน่านน้ำสีคราม (Blue Ocean) ที่คุณเป็นผู้ชนะโดยไม่ต้องแข่งขั้นกับใคร คาดการณ์ว่าอีกไม่นาน Amazon ก็จะมาไทย บริษัทระดับโลกพวกนี้เงินหนาเป็นถังๆ ไม่กำไรก็อยู่ได้เป็น 10 ปี

Alibaba ทำให้เห็นแล้ว Lazada ขาดทุนก็อยู่ได้ เพราะ เขาไม่เหลือที่ยืนให้เราอย่างแน่นอนหากไม่เชื่อลองดูรายชื่อ Ecommerce ในประเทศไทย Lazada, Shopee, JD Central อยู่ได้แบบชิลล์ๆ เพราะมีแต่ยักษ์ใหญ่อุ้มทั้ง การีนา, อาลีบาบา, เซ็นทรัล

จะว่าไปแล้วบางทีธุรกิจเหล่านี้ก็สร้างมาเพื่อขายกิจการให้รายใหญ่ อย่าง Lazada ขายให้ Alibaba อุ้มไปแล้วเจ้าของเดิมรวยไปแล้ว เจ้าของใหม่ก็รวยมหาศาลจากกิจการอื่น แค่ไม่ต้องเสียเวลาทำตลาดเองใหม่ ซื้อปุ๊บขึ้นแท่นเป็นเบอร์ 1 เลยทันที สุดท้ายเอาไปต่อยอดธุรกิจเดิมได้

เรื่องของ Facebook

ก่อนที่ Facebook ประกาศลด Reach ตั้งแต่ต้นปีมานี้ เราตัดสินใจว่าจะลดค่าแอทลงไป 80% แต่ทำ SEO Content ให้แฟนเพจได้แชร์ โดยไม่ต้องพึ่ง Paid Traffic เท่าไหร่ โดยการเจาะลึกๆ ลงไปถึงระดับ Customer Persona  และโพสท์แต่สิ่งที่เขาอยากอ่าน มากกว่าสิ่งที่เราอยากให้เขาอ่าน (แต่)สิ่งที่เกิดขึ้นคือ Paid Reach ลดลงตามจำนวนเงินที่จ่ายไป แต่ Organic Reach เราไม่กระทบ ยอด Engage ของเพจพุ่งขึ้น ยอดขายเพิ่มขึ้น

การเป็นสายเปย์ให้กับ Facebook หนักๆ ไม่ใช่ทางออกอย่างเดียวในการทำ Online Marketing ช่องทางอื่นๆก็มีอีกหลากหลายและการดึงดูดคนไม่ควรมาจากการยิงแอทอย่างเดียว การยิงแอทคือ จ่ายให้คนเห็นและกระตุ้นให้อยากซื้อแต่ถ้าทุกแบรนด์ทำแบบนี้กันแต่เงินในกระเป๋าลูกค้ามีจำนวนจำกัดลูกค้าก็มีจำนวนจำกัดมันก็เกิดน่านน้ำสีแดง สงครามแดงเดือดทำให้ค่าคลิกแพง ยอดขายตก ยิงแอทขายได้ส่งเป็นพันเป็นหมื่นแต่ไม่มีกำไร คุณพระ !!!

แก้อย่างไรจะเติบโตด้วยการสร้างสรรค์แบบที่ไม่ก่อกวนตลาดเดิม

คุณควรทำ A/B Test ทุกรูปแบบให้หนักเข้าใจแฟนเพจของคุณ เข้าใจการตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายเชิงลึก การเขียนคอนเท็นต์ การอ่าน Data ใน Ads Report / Analytics ให้เป็นก่อนที่จะเริ่มเติมเงิน จ้างคนทำ ให้คนสอนไม่ใช่ทางออก ถ้าไปเรียนก็ควรทำการบ้านหนักๆ โยน 50 บาทให้คุ้มทุน ให้กำไรมากกว่า 5เท่า ก่อนที่จะลงเป็นพัน

ถ้าคิดว่าไม่เป็นไรกว่าคนอื่นจะปรับกันอีกนานผมว่าคู่แข่งคุณทำแล้ว เริ่มวางระบบสำหรับอนาคตกันแล้ว… ส่วนบางแบรนด์ที่กำลังหนีไป Google Ads มันก็จะไม่ต่างกับสงครามใน Facebook เมื่อหลายๆ คนตามมา เพราะพวกนี้เป็นระบบประมูลทั้งนั้น คนยิ่งมามาก มันก็จะยิ่งแพงขึ้น

โอกาสของคุณตอนนี้คือ Global Business Dropship มองเผินๆ อาจมี 100 เหตุผล แต่แท้จริงแล้วทุกคนมีความลับ 1 ข้อ ที่เหมือนกันนั้นคือ

รู้ทันอนาคต e-commerce 2019 (อาจจะ) ไม่มีคุณใน Marketplace
รู้ทันอนาคต e-commerce 2019 (อาจจะ) ไม่มีคุณใน Marketplace

พวกเขารู้ทันอนาคต จึงคว้าโอกาสได้ก่อนใคร

ชื่อ-นามสกุล :

จังหวัด :

เบอร์โทร:

อีเมล:

 

FIREFLYGROUP TEAM

THE FIREFLYGROUP TEAM กองบรรณาธิการ FIREFLYGROUP