fbpx

Weloveshopping อีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย “คุณซื้อของออนไลน์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่”

Weloveshopping อีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย “คุณซื้อของออนไลน์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่”

ประเทศไทยเราได้ก้าวเข้าสู่ยุคการค้าขายไร้พรมแดนอย่างแท้จริงแล้วก็คือ ‘ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ’ ที่ดูจะเจริญเติบโตแตกกิ่งก้านสาขาอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่กำลังมีการแข่งขันแย่งชิงบัลลังก์ราชาอย่างดุเดือด แน่นอนว่าผู้เล่นที่เราคุ้นหูก็อาทิเช่น ‘Lazada (ลาซาด้า)’ และ ‘Shopee (ช้อปปี้)’ แล้ว Weloveshopping ?

หากพูดถึงเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ Marketplace เบอร์หนึ่ง (ในอดีต) ของคนไทยคงไม่มีใครไม่รู้จัก Weloveshopping (ทุกวันนี้แทบไม่เห็นฝุ่น) Weloveshopping เป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซสำหรับให้บริการเปิดร้านค้าฟรี ทั้งบุคคลธรรมและนิติบุคคล

โดยเจ้าของ Weloveshopping คือ Ascend Group (แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด) ที่ทำธุรกิจด้าน E-commerce มีบริษัทลูกมากมาย เช่น WeMall (หรือ iTrueMart), Ascend Technology และ TrueIDC.

แล้ว Weloveshopping ในประเทศไทยใหญ่ขนาดไหน?

ปี 2558 รายได้ประมาณ 473 ล้านบาท ขาดทุน 284 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ประมาณ 863 ล้านบาท ขาดทุน 585 ล้านบาท
ปี 2560 รายได้ประมาณ 146 ล้านบาท ขาดทุน 357 ล้านบาท

พอรายใหญ่รบรากันแบบนี้รายย่อยก็ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกันครับ
จะเห็นได้ว่าการแข่งขันบนธุรกิจ “เจ้าของตลาดกลางซื้อขายออนไลน์” ในประเทศไทยนั้นทุ่มแข่งกันดุเดือด เหมือนจะเป็นการแข่งกันประมาณว่าใครจะสายป่านยาวกว่า หรือหาจุดทำกำไรได้ก่อนกัน

Ascend Group อยู่ในเครือ “C.P.Group” spin-off ออกมาจาก True Corp ยังมีรายได้มาจากส่วนอื่นๆ นะครับ (ไม่แตกต่างจาก Lazada ขาดทุน แต่ Alibaba ทำกำไร)
สำหรับ C.P.Group ในกลุ่มธุรกิจของ Ascend Group มีหน่วยงานที่ดูแลเรื่องโครงสร้างพื้นฐานระบบและแพลตฟอร์ม แอปพลิเคชั่น เป็นหน่วยงาน Ascend Technology ที่มองหาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ microservices architecture แทนที่แบบ full monolithic (หรือการรวมระบบใหญ่ๆ ไว้ code base เดียวกัน) ให้กับกลุ่มธุรกิจในเครือ.

Weloveshopping อีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย "คุณซื้อของออนไลน์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่"
Credit image: billionmindset

กลับมาที่ Weloveshopping แพลตฟอร์ม Marketplace คนไทย แน่นอนว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการแข่งขันที่ดุเดือดรุนแรง ทั้งจากผู้ประกอบการภายในประเทศ (Lnwshop) และผู้ประกอบการระดับโลก เช่น Lazada ของ Alibaba (เข้าซื้อหุ้น Rocket Internet) และ JD ของจีน คู่แข่งของ Alibaba, Amazon ก็กระโดดเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย

JIB “ร้านคอมพิวเตอร์ออนไลน์” เป็น E-commerce ไทยที่อยู่รอดได้ในยุคนี้ ใครจะไปคิดว่าวันนี้เราจะสามารถซื้อคอมพิวเตอร์ได้ทางออนไลน์ที่มีบริการส่งฟรี 24 ชั่วโมง สินค้าส่งถึงมือภายใน 3 ชั่วโมง

คุณซื้อของออนไลน์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?

Weloveshopping อีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย "คุณซื้อของออนไลน์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่"
Credit image: /asia.nikkei.com

ปัจจุบันตอนนี้กระแสพฤติกรรมของผู้บริโภคจะเข้าไปซื้อสินค้าในเว็บไซต์ของแบรนด์โดยตรง และกำลังได้รับความนิยมมาก แม้แต่ Unilever, Nuskin Enterprise ประเทศไทย ก็ทำตลาาด e-Commerce (Mecommerce) ขึ้นมาโดยเฉพาะ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ Weloveshopping, Tarad ดอทคอม, Lnwshop บริการเปิดร้านขายของออนไลน์ฟรีเหล่านี้จะค่อยๆ ถูกโลกลืม

กุญแจสำคัญของ e-Commerce คือ “Omni-Channel”

เทรนด์อนาคตจะเกิดการรวมการซื้อออนไลน์และออฟไลน์ รูปแบบการซื้อขายที่ผสมผสาน และเกิดขึ้นแล้วในประเทศไทยเรา, อเมริกาและจีน เช่น บริษัทขายสินค้าสุขภาพและความงามในไทยแบรน์ด ageLOC (บริหารงานโดย Nuskin Enterprsie Group) สามารถส่งสินค้าให้ผู้บริโภคได้ทั่วโลก ตัวแทนจัดหน่ายไม่ต้องสต็อกสินค้า เนื่องจากมี wharehouse ออฟไลน์ศูนย์กระจายสินค้าอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วโลก ดังนั้นร้านออนไลน์ ที่มีออฟไลน์ด้วย จะได้เปรียบกว่า

จีนคือผู้เล่นรายใหญ่

รัฐบาลไทยมีความร่วมมือระหว่างประเทศในการพัฒนา e-Commerce ดังนั้น ประเทศจีน จะเข้ามาเป็นผู้ขับเคลื่อนแพลตฟอร์มออนไลน์ จะเห็นการขยายอำนาจทาง e-Commerce จากจีน เช่น บริษัท JD บริษัท Ecommerce ที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของจีนได้มาเปิดร้านในประเทศไทย (โดย JD Central) เพื่อเปิดช่องทางขายสินค้าและเพื่อมาแข่งกับกระแสของ Lazada และ Shopee.

เทคโนโลยีจากต่างชาติ และการไหลบ่าของสินค้าจีน เข้าไทย

หลังจาก Alibaba Group Holding ประกาศเข้าซื้อหุ้นในธุรกิจของ Lazada Group กว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ในปี 2016) ปัจจุบัน Lazada ดำเนินธุรกิจอยู่ใน 6 ประเทศหลัก อันได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ซึ่งมีประชากรรวมกันถึง 560 ล้านคน และมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอยู่ที่ 200 ล้านราย อยู่ภายใต้ Alibaba Group ซึ่ง Lazada ระดมทุนไปแล้วกว่า 1.3 แสนล้านบาท

แล้ว Lazada ในประเทศไทยใหญ่ขนาดไหน?

Lazada E-Commerce
Credit image: /longtunman

จำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ต่อเดือนของ E-Commerce ในประเทศไทย ของ ไตรมาส 2 ปี 2019

Lazada 43.1 ล้านครั้ง ต่อ เดือน
Shopee 31.3 ล้านครั้ง ต่อ เดือน
Notebook Spec 2.9 ล้านครั้ง ต่อ เดือน
JIB 2.4 ล้านครั้ง ต่อ เดือน
Advice 2.3 ล้านครั้ง ต่อ เดือน

หมายความว่า ตอนนี้ Lazada มียอดการใช้งานมากกว่า 4 แพลตฟอร์ม E-Commerce ที่เหลือรวมกันทั้งหมด

ผลประกอบการของ Lazada ในประเทศไทยเป็นอย่างไร?

ปี 2557 รายได้ 1,629 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 4,266 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 8,163 ล้านบาท

รายได้เติบโตแบบก้าวกระโดด เฉลี่ย 50% ต่อปี

“ฐานผู้ใช้งาน” ถือเป็นหัวใจสำคัญในการเติบโตของธุรกิจ

หาก Weloveshopping สามารถเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานได้มากโอกาสที่บริษัทจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดก็มีมากขึ้น ไหนจะต้องแข่งกับ Lazada และมากกว่านั้นคือแพตลฟอร์ม Facebook ที่ทำระบบ Marketplace แบบเดียวกันที่ผู้ใช้งานสามารถเปิดร้านค้าขายของออนไลน์ได้ทันที

Lazada vs. Shopee
Credit image: /iPrice Group “Lazada vs. Shopee”

สำหรับประเทศไทย คงปฏิเสธไม่ได้ว่า E-Commerce ยังคงเป็นเมกะเทรนด์ที่จะเติบโตไปอีกนาน และเวลานี้ถือเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

ในอนาคตตลาด E-Commerce จะใหญ่กว่านี้อีกหลายเท่า เมื่อรัฐบาลไทยการเปิดเขตปลอดอากร และศูนย์กระจายสินค้าของ Alibaba เป็นศูนย์กระจายสินค้าขนาดยักษ์ในอีอีซี และ Lazada ถือเป็นแบรนด์ E-Commerce อันดับ 1 ในประเทศไทย

ใครได้ผลกระทบ… Alibaba เปิดศูนย์กระจายสินค้าในประเทศไทย

  1. พ่อค้าแม่ขายจีนตามสำเพ็ง เยาวราช
    ที่เอาของเข้ามาจากจีนมาขายเอง อันนี้กระทบแน่นอนครับ เพราะต่อไปเจ้าของโรงงานจะขายสินค้าของโรงงานเอง “ขายเองราคาถูกกว่า” ถูกกว่าพ่อค้าแม่ขายสำเพ็งไปซื้อเหมามาจากจีนแน่นอนครับ
  2. พ่อค้าจีนมาขายตรง ราคาถูก กว่าที่ไทยขาย
    แบบนี้จะทำให้พ่อค้าแม่ขายออนไลน์ไทยแย่แน่ๆ ต้องขายแข่งกับโรงงาน

  3. ผู้บริโภคจะแห่ซื้อตรงจากร้านออนไลน์ของพ่อค้าแม่ค้าจากโรงงานโดยตรง
    เพราะราคาถูก และจะเกิดการโดนแย่งตลาด แต่ก็อาจจะเกิดกับลูกค้าที่พูดภาษาจีนและอังกฤษได้เป็นส่วนใหญ่ เพราะเลือกร้านที่ให้ราคาดีได้และตัดสินใจซื้อครับ

คว้าโอกาสต่อยอดธุรกิจจากศูนย์กระจายสินค้า Alibaba

คุณสามารถสั่งจีนผลิตสินค้า OEM, ODM แล้วติดแบรนด์คุณได้สะดวกง่ายดายและลดค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง เช่น การเหมาสินค้าหลายตัวของจีนที่เขาไม่มีแบรนด์ เอามาติดแบรนด์ของเราเอง ทำการตลาดของเองได้เลย.

เราทุกคนอยู่ในยุคของการแข่งขันและปรับตัว
ต้องปรับให้เร็วตามทุกการเปลี่ยนแปลงด้วย ตลาดเปลี่ยน
เทคนิคและวิธีการเราก็ต้องเปลี่ยนตามให้ทันโลกนะครับ

source ref : blockdit, techsauce, longtunman, bangkokpost

FIREFLYGROUP TEAM

THE FIREFLYGROUP TEAM กองบรรณาธิการ FIREFLYGROUP